Sex and City กับ 4 ตัวแม่แห่งนิวยอร์ก
posted on 09 Jan 2009 15:53 by korwoo
เชื่อแน่ๆ ว่าไม่ว่าจะเป็นเหล่าน้องนี หรือประเทืองแท้ทั้งหลาย หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้จนจบแล้ว จะต้องหลงไหล (ไม่ใช้คำว่ารักนะ เพราะความสามารถของหนังเรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น)
โครงเรื่องหลักๆ ของเรื่องนี้ก็กล่าวถึงเหล่าผู้หญิงสาวที่พยายามวิ่งตามหาความฝันของตัวเอง ของแบรนด์เนม และรักแท้ ซึ่งก็ช่างจะสร้างสรรค์ได้อย่างตรงใจเหล่าแม่ยอดพธูทั้งหลายเป็นยิ่งนัก เพราะเนื่องจากในชีวิตจริง สิ่งที่สาวๆ ทั้งหลายตามหามาทั้งชีวิตก็มีอยู่ไม่เกินไปกว่านี้จริงๆ (หรืออาจจะมากกว่านี้อีกสักอย่างสองอย่าง)
จึงไม่แปลกเลย ที่ TV SERIES เรื่องนี้จะถูกฉายติดต่อกันยาวนานถึง 6 ซีซั่น ทาง HBO รวมทั้งยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ 50 รางวัลในระหว่างการออกอากาศ ได้รับ 7 รางวัล ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 24 รางวัล และได้รับ 8 รางวัล เพราะมันมีเนื้อหาที่ตีแสกหน้าเหล่าน้องนางทั้งหลายได้ตรงจุดค่อนข้างจะเป๊ะๆ นั่นเอง
ตัวเอกของเรื่องทั้ง 4 นาง อันประกอบไปด้วย แคร์รี่ ซาแมนธ่า มิแรนด้า และชาร์ล็อท ต่างก็ประสบความสำเร็จในชีวิตกันเป็นอันดี ทั้งหน้าที่การงาน และความรัก แม้จะมีปัญหาขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่ามีชีวิตที่ (ค่อนข้างจะ) สมบูรณ์แบบกันถ้วนทั่วทุกตัวนางเลยแหละ
แน่นอนว่าผ่านพ้นมาหลายฝนหลายหนาวจาก SERIES ทางโทรทัศน์ พอมาขึ้นจอใหญ่ในปี 2008 ก็ต้องมีการดัดแปลงสภาพสังคมกันบ้างตามเวลาอันเหมาะสม เหล่าสาวๆ ผู้พิศมัยในของแบรนด์เนม และหนุ่มเหน้าหน้าใสจึงต้องเปลี่ยนร่างไปตามกาลเวลา
โครงเรื่องหลักๆ ของเรื่องนี้ก็กล่าวถึงเหล่าผู้หญิงสาวที่พยายามวิ่งตามหาความฝันของตัวเอง ของแบรนด์เนม และรักแท้ ซึ่งก็ช่างจะสร้างสรรค์ได้อย่างตรงใจเหล่าแม่ยอดพธูทั้งหลายเป็นยิ่งนัก เพราะเนื่องจากในชีวิตจริง สิ่งที่สาวๆ ทั้งหลายตามหามาทั้งชีวิตก็มีอยู่ไม่เกินไปกว่านี้จริงๆ (หรืออาจจะมากกว่านี้อีกสักอย่างสองอย่าง)
จึงไม่แปลกเลย ที่ TV SERIES เรื่องนี้จะถูกฉายติดต่อกันยาวนานถึง 6 ซีซั่น ทาง HBO รวมทั้งยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมี่ 50 รางวัลในระหว่างการออกอากาศ ได้รับ 7 รางวัล ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ 24 รางวัล และได้รับ 8 รางวัล เพราะมันมีเนื้อหาที่ตีแสกหน้าเหล่าน้องนางทั้งหลายได้ตรงจุดค่อนข้างจะเป๊ะๆ นั่นเอง
ตัวเอกของเรื่องทั้ง 4 นาง อันประกอบไปด้วย แคร์รี่ ซาแมนธ่า มิแรนด้า และชาร์ล็อท ต่างก็ประสบความสำเร็จในชีวิตกันเป็นอันดี ทั้งหน้าที่การงาน และความรัก แม้จะมีปัญหาขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่ามีชีวิตที่ (ค่อนข้างจะ) สมบูรณ์แบบกันถ้วนทั่วทุกตัวนางเลยแหละ
แน่นอนว่าผ่านพ้นมาหลายฝนหลายหนาวจาก SERIES ทางโทรทัศน์ พอมาขึ้นจอใหญ่ในปี 2008 ก็ต้องมีการดัดแปลงสภาพสังคมกันบ้างตามเวลาอันเหมาะสม เหล่าสาวๆ ผู้พิศมัยในของแบรนด์เนม และหนุ่มเหน้าหน้าใสจึงต้องเปลี่ยนร่างไปตามกาลเวลา
เรื่องย่อ (ย่อแล้วจริงๆ แต่บังเอิญตอนเรียนประถม 4 สอบตกวิชาย่อความ)
แคร์รี่ แม่โฉมฉายผู้โดดเด่นไปด้วยสมอง และความงาม (แบบเหี่ยวๆ นิสนึง) ยังคงใฝ่ฝันถึงรักแท้ที่จะเคียงคู่กันไปตราบจนลงโลงอยู่ เธอและมิสเตอร์บิ๊ก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติ และรูปสมบัติ (แบบหนุ่มใหญ่ทรงเสน่ห์ : ลำเอี๊ยงลำเอียง เวลาชมชะนีล่ะชมซะดูแย่เชียว) ที่คบกันมานานกว่า 10 ปี ตกลงจะใช้ชีวิตร่วมหอลงโลงกันเป็นเรื่องเป็นราว
อีนางทั้ง 4 ตื่นเต้นดีใจเป็นอันมาก โดยเฉพาะแม่แคร์รี่โฉมฉายวัย 40 ที่ใกล้จะเฉียดตายเข้าไปทุกที ได้รับเกียรติให้เขียนคอลัมน์สาวโสดนางสุดท้ายลงในนิตยสาร VOGUE รวมทั้งเธอยังได้รับชุดแต่งงานจาก วิเวียน เวสท์วูด เป็นของกำนัลชั้นเลิศ
คืนก่อนวันแต่งงานมีการจัดงานเลี้ยงสละโสดขึ้น ช่างบังเอิญพอเหมาะพอเจาะกับที่มิแรนด้ากำลังมีเรื่องระหองระแหงกับสามีนายกระจอกของเธอด้วยข้อพิพาทกรณีการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นของเขา เธอของขึ้นถึงขนาดกล่าวกับมิสเตอร์บิ๊กว่า “พวกคุณมันบ้าที่คิดจะแต่งงาน” โดยที่เธอหารู้ไม่ว่าอารมณ์ชั่ววูบเดียวของเธอจะกลายเป็นตัวการทำลายชีวิตคู่ของเพื่อนสาวสุดรักที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีก 12 ชั่วโมงข้างหน้าต้องมีอันพังป่นปี้ยับเยิน
หลังจากวรรคทองของมิแรนด้า กลายเป็นมิสเตอร์บิ๊กที่ต้องครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ความเหลาะแหละโลเลก่อตัวขึ้นกับพ่อหนุ่มใหญ่ที่ชีวิตคู่ล้มเหลวมาแล้วมากกว่า 1 หนอย่างทันควัน จนในที่สุด เช้าวันนั้น เขาตัดสินใจระงับการแต่งงาน ซึ่งนั่นกลับกลายเป็นเสมือนการกระโดดดร็อปคิกแคร์รี่ลงสู่ก้นเหวอันดำมืดในทันทีทันใดเช่นกัน
หลังจากวันนั้น แคร์รี่เอาแต่หมกตัวเองอยู่ในกองทุกข์ และต้องย้ายกลับมาอยู่อพาร์ทเมนท์หลังเดิมที่เธอเคยอยู่แทนที่จะได้ไปอยู่ห้องสุดหรูกับว่าที่สามี ความฝันของเธอพังทลายจนหมดสิ้น แต่ก็อย่างว่าแหละนะ เพื่อนกับผัวน่ะ ความเป็นเพื่อนมันยั่งยืนกว่าอยู่แล้ว เหล่าเพื่อนสาวทั้ง 3 ของแคร์รี่จึงต่างพยายามอย่างสุดฤทธิ์สุดเดชที่จะช่วยกันดึงเธอให้ขึ้นมาจากหลุมนรกนั่น และพวกเธอก็ทำสำเร็จ (อีพวกมีผัวแล้วทิ้งเพื่อนจงดูเอาไว้เป็นตัวอย่างซะ)
แคร์รี่กลับมาเป็นคนเก่าที่เฉิดฉาย และมั่นใจ โดยมีหลุยส์ สาวมืดร่างอวบแต่สว่างไสวด้วยความคิดอ่านอันชาญฉลาดก้าวเข้ามาเป็นผู้ช่วย และผู้ชี้ทางสว่างให้เธอ ทั้ง 2 แลกเปลี่ยนทรรศนคติให้แก่กันและกันตามรูปแบบที่ผู้หญิงมีสมองพึงกระทำ และแคร์รี่ก็ได้พบว่า หัวใจของตัวเองที่ร่ำๆ ว่าปิดตายไปแล้วนั้นมันยังคงมีรอยแง้มเล็กๆ ให้ใครบางคนอยู่
วันหนึ่ง ชาร์ล็อทซึ่งกำลังท้องแก่ได้พบชายผู้ทำลายความฝันของเพื่อนสาวเธอพังยับเยิน เธอด่ากราดเขาอย่างยับเยินไม่แพ้กัน และพยายามจะหนีหน้า แต่เจ้ากรรม ถุงน้ำคร่ำเธอดันแตก มิสเตอร์บิ๊กจึงต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาล จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอได้เข้าใจเหตุผลของเขาที่ทอดทิ้งเพื่อนสาวไป ทำให้เธอสงสารเขามากขึ้น
แคร์รี่เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนสาวพร้อมกับรับขวัญหลานตัวน้อย เธอได้รับคำแนะนำให้คืนดีกับมิสเตอร์บิ๊ก แต่ก็อย่างว่าแหละนะ คนมันเจ็บแล้วมันก็ต้องจำ ไม่ใช่วัวใช่ควายที่สนตะพายแล้วเฆี่ยนตีเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะจำนี่หว่า แคร์รี่จึงยัง 2 จิต 2 ใจที่จะไปเผชิญหน้ากับบิ๊ก
วันวาเลนไทน์ปีถัดมา แคร์รี่ได้รับฟังความจริงจากปากของมิแรนด้าเกี่ยวกับเรื่องราวในคืนก่อนวันแต่งงานของเธอที่ถูกเก็บงำมานานนับปี ทำให้เธอโกรธมิแรนด้ามาก มิแรนด้าตามง้อเพื่อนสาวอยู่นาน แคร์รี่จึงยกโทษให้ ทั้ง 2 ได้สนทนากันถึงความรักของตัวเองอีกครั้ง แคร์รี่แนะนำให้มิแรนด้ายกโทษให้สามีของเธอ ในขณะที่มิแรนด้าเองก็แนะนำให้แคร์รี่ไปปรับความเข้าใจกับมิสเตอร์บิ๊กเช่นกัน
แคร์รี่เช็กอีเมล์ตามที่หลุยส์สั่งเสียไว้ก่อนที่จะกลับไปแต่งงานกับเพื่อนหนุ่มของเธอ ในอีเมล์ แคร์รี่ได้พบอีเมล์พร่ำรำพันคำรักที่มิสเตอร์บิ๊กคัดลอกมาจากหนังสือเล่มโปรดของเธอ พร้อมด้วยคำขอโทษ นั่นทำให้เธอตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังห้องพักสุดหรูของเธอ และเขาที่กะจะเอาเป็นเรือนหออีกครั้ง
ที่นั่น เธอได้พบกับมิสเตอร์บิ๊ก ทั้ง 2 ได้ปรับความเข้าใจ และกลับมารักกันอีกครั้งหนึ่ง และแคร์รี่ก็ได้ตระหนักว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย จะมีชะนีแรงๆ ผุดตามก้นกันมากี่ตัว แต่ความเลอค่าของความรักที่หามาได้ด้วยใจจริงนั้น...
ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแบรนด์ดังๆ อย่างแน่นอน...คอนเฟิร์ม
*** ป.ล.ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดอยู่ในเรท R ไม่เหมาะกับเยาวชนที่ยังไม่หย่านม และพวกแอ๊บแบ๊ว
อีนางทั้ง 4 ตื่นเต้นดีใจเป็นอันมาก โดยเฉพาะแม่แคร์รี่โฉมฉายวัย 40 ที่ใกล้จะเฉียดตายเข้าไปทุกที ได้รับเกียรติให้เขียนคอลัมน์สาวโสดนางสุดท้ายลงในนิตยสาร VOGUE รวมทั้งเธอยังได้รับชุดแต่งงานจาก วิเวียน เวสท์วูด เป็นของกำนัลชั้นเลิศ
คืนก่อนวันแต่งงานมีการจัดงานเลี้ยงสละโสดขึ้น ช่างบังเอิญพอเหมาะพอเจาะกับที่มิแรนด้ากำลังมีเรื่องระหองระแหงกับสามีนายกระจอกของเธอด้วยข้อพิพาทกรณีการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นของเขา เธอของขึ้นถึงขนาดกล่าวกับมิสเตอร์บิ๊กว่า “พวกคุณมันบ้าที่คิดจะแต่งงาน” โดยที่เธอหารู้ไม่ว่าอารมณ์ชั่ววูบเดียวของเธอจะกลายเป็นตัวการทำลายชีวิตคู่ของเพื่อนสาวสุดรักที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีก 12 ชั่วโมงข้างหน้าต้องมีอันพังป่นปี้ยับเยิน
หลังจากวรรคทองของมิแรนด้า กลายเป็นมิสเตอร์บิ๊กที่ต้องครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง ความเหลาะแหละโลเลก่อตัวขึ้นกับพ่อหนุ่มใหญ่ที่ชีวิตคู่ล้มเหลวมาแล้วมากกว่า 1 หนอย่างทันควัน จนในที่สุด เช้าวันนั้น เขาตัดสินใจระงับการแต่งงาน ซึ่งนั่นกลับกลายเป็นเสมือนการกระโดดดร็อปคิกแคร์รี่ลงสู่ก้นเหวอันดำมืดในทันทีทันใดเช่นกัน
หลังจากวันนั้น แคร์รี่เอาแต่หมกตัวเองอยู่ในกองทุกข์ และต้องย้ายกลับมาอยู่อพาร์ทเมนท์หลังเดิมที่เธอเคยอยู่แทนที่จะได้ไปอยู่ห้องสุดหรูกับว่าที่สามี ความฝันของเธอพังทลายจนหมดสิ้น แต่ก็อย่างว่าแหละนะ เพื่อนกับผัวน่ะ ความเป็นเพื่อนมันยั่งยืนกว่าอยู่แล้ว เหล่าเพื่อนสาวทั้ง 3 ของแคร์รี่จึงต่างพยายามอย่างสุดฤทธิ์สุดเดชที่จะช่วยกันดึงเธอให้ขึ้นมาจากหลุมนรกนั่น และพวกเธอก็ทำสำเร็จ (อีพวกมีผัวแล้วทิ้งเพื่อนจงดูเอาไว้เป็นตัวอย่างซะ)
แคร์รี่กลับมาเป็นคนเก่าที่เฉิดฉาย และมั่นใจ โดยมีหลุยส์ สาวมืดร่างอวบแต่สว่างไสวด้วยความคิดอ่านอันชาญฉลาดก้าวเข้ามาเป็นผู้ช่วย และผู้ชี้ทางสว่างให้เธอ ทั้ง 2 แลกเปลี่ยนทรรศนคติให้แก่กันและกันตามรูปแบบที่ผู้หญิงมีสมองพึงกระทำ และแคร์รี่ก็ได้พบว่า หัวใจของตัวเองที่ร่ำๆ ว่าปิดตายไปแล้วนั้นมันยังคงมีรอยแง้มเล็กๆ ให้ใครบางคนอยู่
วันหนึ่ง ชาร์ล็อทซึ่งกำลังท้องแก่ได้พบชายผู้ทำลายความฝันของเพื่อนสาวเธอพังยับเยิน เธอด่ากราดเขาอย่างยับเยินไม่แพ้กัน และพยายามจะหนีหน้า แต่เจ้ากรรม ถุงน้ำคร่ำเธอดันแตก มิสเตอร์บิ๊กจึงต้องพาเธอไปส่งโรงพยาบาล จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เธอได้เข้าใจเหตุผลของเขาที่ทอดทิ้งเพื่อนสาวไป ทำให้เธอสงสารเขามากขึ้น
แคร์รี่เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนสาวพร้อมกับรับขวัญหลานตัวน้อย เธอได้รับคำแนะนำให้คืนดีกับมิสเตอร์บิ๊ก แต่ก็อย่างว่าแหละนะ คนมันเจ็บแล้วมันก็ต้องจำ ไม่ใช่วัวใช่ควายที่สนตะพายแล้วเฆี่ยนตีเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะจำนี่หว่า แคร์รี่จึงยัง 2 จิต 2 ใจที่จะไปเผชิญหน้ากับบิ๊ก
วันวาเลนไทน์ปีถัดมา แคร์รี่ได้รับฟังความจริงจากปากของมิแรนด้าเกี่ยวกับเรื่องราวในคืนก่อนวันแต่งงานของเธอที่ถูกเก็บงำมานานนับปี ทำให้เธอโกรธมิแรนด้ามาก มิแรนด้าตามง้อเพื่อนสาวอยู่นาน แคร์รี่จึงยกโทษให้ ทั้ง 2 ได้สนทนากันถึงความรักของตัวเองอีกครั้ง แคร์รี่แนะนำให้มิแรนด้ายกโทษให้สามีของเธอ ในขณะที่มิแรนด้าเองก็แนะนำให้แคร์รี่ไปปรับความเข้าใจกับมิสเตอร์บิ๊กเช่นกัน
แคร์รี่เช็กอีเมล์ตามที่หลุยส์สั่งเสียไว้ก่อนที่จะกลับไปแต่งงานกับเพื่อนหนุ่มของเธอ ในอีเมล์ แคร์รี่ได้พบอีเมล์พร่ำรำพันคำรักที่มิสเตอร์บิ๊กคัดลอกมาจากหนังสือเล่มโปรดของเธอ พร้อมด้วยคำขอโทษ นั่นทำให้เธอตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังห้องพักสุดหรูของเธอ และเขาที่กะจะเอาเป็นเรือนหออีกครั้ง
ที่นั่น เธอได้พบกับมิสเตอร์บิ๊ก ทั้ง 2 ได้ปรับความเข้าใจ และกลับมารักกันอีกครั้งหนึ่ง และแคร์รี่ก็ได้ตระหนักว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย จะมีชะนีแรงๆ ผุดตามก้นกันมากี่ตัว แต่ความเลอค่าของความรักที่หามาได้ด้วยใจจริงนั้น...
ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแบรนด์ดังๆ อย่างแน่นอน...คอนเฟิร์ม
*** ป.ล.ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดอยู่ในเรท R ไม่เหมาะกับเยาวชนที่ยังไม่หย่านม และพวกแอ๊บแบ๊ว
edit @ 9 Jan 2009 16:04:19 by Korwoo
Tags: sex and the city, ตัวแม่5 Comments
